กำลังโหลด

ข้อมูลตัวชี้วัด: สภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุชน

ตัวชี้วัดนิยาม
(1) ความหนาแน่นประชากร (คน/ตร.ม.)จำนวนประชากรทั้งหมดที่มีการบันทึกไว้ในทะเบียนราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ตร.กม.
(2) การเพิ่มประชากร (% ต่อปี)การเปลี่ยนแปลงของประชากรในท้องถิ่นต่อหน่วยของเวลา
(3) ภาวะพึ่งพิงรวม (ต่อ 100 วัยแรงงาน)จำนวนประชากรวัยเด็กและประชากรผู้สูงอายุรวมกันต่อจำนวนประชากรวัยแรงงาน 100 คน
(4) การส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง (จำนวนกิจกรรม/ปี)การกระทำที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ให้มีสุขภาวะทางกาย จิต ปัญญาและ สังคม โดยสนับสนุนพฤติกรรมบุคคลและการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการกระทำนั้นๆ ให้รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ต่อไปนี้
(1) การสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อการมีสุขภาพดี (Healthy public policy) เป็นการกำหนดมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการทางด้านกฎหมาย การคลัง ภาษี และการบริหารในองค์กรต่างๆ เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพ รายได้ และความเสมอภาคและบริการต่างๆ ที่ปลอดภัย ตัวอย่างนโยบายสาธารณสุขเพื่อสุขภาพที่ดีของประเทศไทย เช่น การห้ามสูบบุหรี่ในยานพาหนะโดยสารสาธารณะ การควบคุมอาหารและยา มาตรการการเก็บภาษีบุหรี่เพื่อนำรายได้มาสร้างเสริมสุขภาพ เป็นต้น
(2) การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (Supportive environment) คือการพัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งกายภาพ ชีวภาพ สังคมให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต เช่น การมีสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่ดี มีอากาศ และน้ำสะอาดปราศจากมลพิษ เป็นต้น
(3) การเสริมสร้างกิจกรรมชุมชนให้เข้มแข็ง (Strengthen community action) คือการสนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเอง โดยชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจและจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในชุมชน ให้ชุมชนได้รับข้อมูลข่าวสารเรื่องสุขภาพ และงบประมาณสนับสนุน เป็นการเพิ่มพลังอำนาจให้กับชุมชน (Community empowerment) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวอย่างกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในประเทศไทย เช่น ชมรมผู้สูงอายุในชุมชน ชมรมกีฬาในชุมชน เป็นต้น
(4) การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล (Develop personal skill) การส่งเสริม สนับสนุนทักษะ ความสามารถของบุคคลนั้นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลสุขภาพของตนเองและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง มีทักษะในการอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่น รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกื้อกูลต่อสุขภาพ มีการพัฒนาทางจิตวิญญาณ มีการเรียนรู้ที่ดี ตลอดจนรู้จักแสวงหา และใช้ข้อมูลทางสุขภาพให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งเฝ้าดูและระวังสุขภาพของตนเอง สมาชิกในครอบครัว และชุมชน
(5) การปรับเปลี่ยนระบบบริการสุขภาพ (Reoriented health service) โดยมุ่งเน้นให้การให้บริการเชิงรุกที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม โดยให้ประชาชน ชุมชนและองค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและพึ่งพาตนเอง โดยการดูแลสุขภาพจะต้องเริ่มที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน และในชุมชน รวมทั้งใช้การดูแลสุขภาพแบบพหุลักษณ์ โดยการรวบการดูแลทั้งการแพทย์แบบตะวันตก การแพทย์พื้นบ้าน และภูมิปัญญาไทยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างยั่งยืน